*-โลกสีชมพูของนัท.-*
ห้องโถงของห้อง 305 ....
น้ำตาล.กำลังสเกตภาพโต๊ะ Outdoor ซึ่งเป็นโปรเจคต่อไปที่จะต้องส่ง ส่วนจันทร์เจ้ากำลังง่วนกับการอ่านวรรณกรรมฝรั่งเศสเพื่อสอบ นัท.เพิ่งจะเปิดประตูห้องเข้ามา
"รักนะแต่ ... ไม่แสดงออก ไม่ให้รู้หรอก"
ประหนึ่งว่าตัวเองเป็นกิ๊บซี่. เดินร้องเพลงแล้วมาหลุดโพสกลางห้อง
"ผีชะนีที่ไหนเข้าสิงมึงวะ?" น้ำตาล.ถามทั้งๆที่ยังสเกตภาพอยู่
"อินี่เน่ .... กูกะลังอารมณ์ดี เสือกมาทำกูแหง่ง แต่ไม่เป็นไร ความรักทำให้คนจิตใจงามเหมือนหน้าตากู"
"ห๊า .... "ทั้งน้ำตาล.ทั้งจันทร์เจ้า. ร้องเสียงดังลั่นห้อง
"ทำไม คนอย่างกูมันมีความรักแล้วผิดเหรอ?"
((ไอ้เจ้า. มึงว่าคราวนี้กี่วันชิ่งวะ?))
((ไม่รู้ว่ะไอ้ตาล. นานสุดก้ออาทิตย์นึง))
"เน่ๆพวกมึงไม่ต้องสุมหัวนินทากู ... ไปดีกว่า คนสวยมักโดนกลั่นแกล้ง"
ว่าแล้วนัท.ก้อเดินหันหลังเข้าห้องไป
"จ้า .... แม่คนงาม แม่ยอดขมองอิ่มมมมมมม" น้ำตาล.ตะโกนไล่หลังไป
"ไอ้ตาล. แกว่ามันไปอินเลิฟกะใครวะ?" จันทร์เจ้าเปิดประเด็น
"ไม่รู้เหมือนกันว่ะ ... งานนี้ ... ต้องรอดูกันต่อไป"
ว่าแล้วต่างคนก้อต่างทำงานของตัวเองต่อไป ....
วันต่อมา
ทั้งจันทร์เจ้า.และนัท.ที่เพิ่งกลับมาจากมหาลัยพร้อมกัน
ถึงกับตกตะลึงตาค้างเมื่อเปิดห้องมาแล้วพบว่ามีขี่เลื่อยบินว่อนเต็มห้อง
"ไอ้ต๊าลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล" เสียงจันทร์เจ้า.ที่แผดออกมา 120 เดซิเบลอันเกินมาตรฐานตามสาธารณสุข แสดงให้เห็นว่าคราวนี้ She ตกใจมาก
ส่วนเพื่อนสาวเงยหน้าขึ้นมาจากกองขี้เลื่อย เลยให้เห็นชิ้นงานที่อยู่ตรงหน้าเธอ
"ไอ้เจ้า. รถทับตีนรึไง ร้องซะขนาดนั้น" น้ำตาล.พูดกับเพื่อน
"โอ้โหไอ้ตาล. แกเอาสิบล้อมาบี้หัวชั้นเลยดีกว่า แกดูสภาพห้องซิ"
น้ำตาล.หันไปดูห้องแล้วบอก "โห นิดหน่อยเอง"
"นิดหน่อยของแกนี่น๊า ......................" จันทร์เจ้า.ยังไม่เลิกแผดเสียง
"โห่ ... ก้อชั้นจะต้องส่งงานนี่หว่า ... ไปหาซื้อมันก้อไม่สวยถูกใจเลยเลื่อยโต๊ะเองเลยดีกว่า เอาน้าอีกแพลมนึงก้อเสร็จแล้ว"
"ให้มันจิงนะแก"ว่าแล้วจันทร์เจ้า.ก้อเข้าห้องไป ตามประสาคนเจ้าระเบียบที่ห้องต้องเนี๊ยบอยู่เสมอ พอมาเจอสภาพดั่งผ่านศึกสงครามครูเสด ก้อเป็นธรรมดาที่จะรับไม่ได้
จนแล้วจนแรด หัวค่ำนู่นแหละ ไอ้โต๊ะเจ้ากรรมถึงได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
"ไอ้ตาล. สาบานได้นะว่านี่คือโต๊ะกินข้าว?" นัท.ถามเพื่อนสาวด้วยอาการไม่มั่นใจอย่างสุดตรีน
"ดูไปดูมาก้อละม้ายเก้าอี้ซักผ้านะ ถ้าเลื่อยขาให้สั้นลง กร๊าก" จันทร์เจ้า.เสริมทัพขึ้นมา
"โด่ว พวกแกมันไม่มีศิลปะในหัวใจ ใจบาปหยาบช้า ดูยังไงวะ ว่าโต๊ะกินข้าวกูเป็นเก้าอี้ ... ซัก ... ผ้า เออ แต่ก้อเหมือนนะ" ขนาดเจ้าของงานมันยังว่าเหมือนก้อไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกัน
ว่าแล้วก้อจัดแจงเลื่อยขาโต๊ะทิ้งแล้วตัดสินใจให้เพื่อนที่อยู่ภาคเฟอร์นิเจอร์ทำให้แทน จากนั้นก้อจัดการขี้เลื่อยที่เหลือ 3 สาวถึงได้มานั่งกันได้ในห้องโถงเหมือนเดิม
"พวกแกว่า ถ้าชั้นใส่สายเดี่ยวจะตลกมั้ยเหรอ?"
"ห๊า ..." น้ำตาล.ร้องเสียงหลง ส่วนจันทร์เจ้า. พ่นน้ำพรวดออกมา
"แกว่าไงนะไอ้นัท.?" จันทร์เจ้า.ถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
นัท.ยังอ้ำๆอึ้งๆ เหมือนไม่อยากจะบอก
"นี่ๆอินัท. ถ้ามากระมิดกระเมี้ยน ถอดมาครึ่งตัวแล้ว จะบอกก้อบอก อย่ามาลีลา"
"แหม ... กูไม่ใช่ตั๊ก.นะ จะได้ลีลาได้" ยังคงยิ้มกวนเบื้องต่ำ
"เฮ้ยไอ้เจ้า.เราไปนอนกันดีกว่าว่ะ ปล่อยแม้งบิดไปงี้แหละ" ว่าแล้วน้ำตาล.กับจันทร์เจ้า.ก้อจะเดินเข้าห้องของแต่ละคน
"ฮ่ะ จะทิ้งเราจิงๆเหรอ?"
"ถ้าเกิดว่าแกยังไม่เลิกตะบิดตะบวย ชั้น 2 คนจะไปนอนแล้วนะ" จันทร์เจ้ายื่นคำขาดเพื่อให้นัท.พูดออกมาให้ได้
"ก้อ ... หัวค่ำพรุ่งนี้จะไปเดทกับโด๋วโด่ว.อ่ะ "
((ไอ้เจ้า.แกสาบานได้นะว่าโด๋วโด่ว.เนี่ยชื่อคน))
((ไม่รู้เหมือนกันว่ะตาล. อาจจะใช่ก้อได้นะ อินัท.คงไม่เดทกับกิ้งก่าหรอก))
"เน่ๆ จะฟังต่อมั้ย?" นัท.เริ่มขึ้นเสียง
"จ้า ...." 2 สาวรับคำพร้อมกัน
"ก้อเลยอยากถามแกว่าถ้าชั้นอยากแต่งตัวแบ่บนั้นมั่งจะได้มั้ย?"
และแล้วหัวค่ำนั้นก้อหมดไปกับการให้คำแนะนำเพื่อนสาวผู้ซึ่งไม่เคยใส่ใจเรื่องความสวยงาม ให้กลายเป็นเจ้าหญิงได้ภายในข้ามคืน หลังจากที่ลองชุดที่คาดว่าจะใส่ในวันต่อมา
"เอ๊อ ... วันนี้อินัท.มันเป็นคนเว้ยเฮ้ย" น้ำตาล.เอ่ยปากชม(หรือด่า) หลังจากที่เพื่อนลองชุดให้ดู
"แกก้อไปว่ามัน แต่ว่านะนัท. อะไรก้อดีติดอยู่อย่างเดียวว่ะ" จันทร์เจ้า.ทัก
"อะไรวะเจ้า.?"
"พุงมันยื่นไปหน่อยว่ะ แกต้องรีดพุงออกภายในคืนนี้" จันทร์เจ้า.แนะนำ และจบด้วยการกินยากษัยเส้นของนัท.
กลางดึกคืนนั้น
นัท.วิ่งมินิ ฮาร์ฟมาราธอน ระหว่างห้องนอนไปห้องน้ำ พร้อมคิดว่า
"กูไม่น่าแดกไอ้ยาเหี้ยนั่นเข้าไปเลย"
สำหรับยากษัยเส้นนั้นเป็นยาระบายที่ได้ผลอย่างยิ่งยวด ถ้าคนธาตุอ่อนอาจมีอาการอ้วกแตกเป็นอาการข้างเคียงได้ และนั่นทำให้นัท.ต้องคาราวะชักโครกประดุจเป็นเทพเจ้าที่ควรค่าแก่การสักการะ
แต่อนิจจา แรงดันที่ออกมาทางปากมันมีมากมายมหาศาล เมื่อสสารต้องการออก แต่มึช่องให้ออกไม่เพียงพอ สสารจึงต้องหาที่ออกใหม่ ซึ่งไม่พ้น "ทวารหนัก"
"... ชิบหายแล้วกู เหลืองติดกางเกงในเลย ไม่เป็นไรแช่ไว้ก่อนละกัน เด๋วพรุ่งนี้ซัก ......"
เย็นย่ำค่ำวันนั้น
"ตาล. แกว่า นัท.มันจะไปได้สวยป่าววะคืนนี้?" จันทร์เจ้า.ถามขึ้นระหว่างนั่งดูทีวี
"น่าจะดีมั๊งแก วันนี้มันออกจะงามแงะขนาดนั้น" น้ำตาล.ตอบขณะที่ยังสเกตภาพต่อไป
เสียงประตูห้องดังขึ้น นัท.เดินเข้าห้องมาด้วยสายตาไม่ค่อยดีนัก
"เฮ้ย ทำไมกลับมาเร็วจังวะ?" จันทร์เจ้า.ถามนัท.
นัท.ยังคงไม่ตอบรีบเข้าห้องปิดประตูอย่างเร็ว
"ชิบหายแล้วไอ้เจ้า. มันเป็นอะไรวะ?"
"แกก้ออยู่กับชั้น 2 คนก้อเห็นเหมือนกันอยู่เนี่ย จะรู้มั้ยละวะ?"
นัท.ออกมาจากห้องอีกที พร้อมกับถือกางเกงตัวที่ใส่ไปออกเดทมาด้วย
"กูไปถึงที่แล้วนะเว้ย ... มั่นใจสุดตรีนว่าวันนี้กูสวย เพราะว่าพวกมึงบอกว่ากูสวย"
เพื่อนสาว 2 คนพยักหน้างึ๊กๆตาม ก้อวันนี้มันสวย(กว่าปกติ) จิงๆนี่หว่า
"คนก้อมองกูกันเต็มเลย ... กูก้ออุตส่าห์เดินหน้าเชิด ... วันนี้กูสวยเว้ย"
2 สาวยังพยักหน้าตาม
"จนมีผู้ชายคนนึงเว้ย เค้าเข้ามาสะกิดกู หน้าตาหล่อชิบหายแล้วเค้าก้อบอกกูว่า"
คนฟังก้อนั่งฟังด้วยใจระทึก ....
"ขอโทษนะครับ .... กางเกงคุณขาดน่ะครับ"
เสียงฮาแตกดังลั่นห้อง ....
"แล้วแกไปทำอิท่าไหนให้ขาดล่ะวะนัท." น้ำตาล.ถามขึ้น
"ไม่รู้เหมือนกันว่ะ ... นึกไม่ออกเหมือนกันเลยเนี่ย" นัท.ยังคงหัวเสีย
"แกลองคิดดิ๊ ว่าก่อนไปแกทำอะไรมั่ง?" จันทร์เจ้า.ช่วยเพื่อนสาวระลึกชาติ
"เมื่อคืนนี้แดกกษัยเส้นไป ... ไม่ไหวว่ะ อ้วกแตก ..."
"เด๋วๆ ไอ้ที่แกแช่ไว้ในกาละมังเมื่อเช้านั่น อย่าบอกว่าแกอ้วกลงกางเกงนะ" น้ำตาล.เริ่มท้วง
"ป่าว ... ตอนอ้วก มันแอบมีเล็ดออกตูดมาด้วยว่ะ"
((เหี้ยจิงเพื่อนกู ดีนะเมื่อเช้าดูไม่หยิบมาดูว่าซากอะไร))
"เอ้าๆ อย่าเพิ่งพูดเรื่องขี้ เข้าเรื่องก่อน แล้วแกทำอะไรต่อก่อนจะออกไปหาเด้อนางเด่อ." จันทร์เจ้า.ถามต่อ
"โด๋วโด่ว.เว้ย ไม่ใช่เด๊อนางเด่อ. ... กูก้ออาบน้ำแล้วก้อเลยซักอารยธรรมโซนี่ของกู ... เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย"
นัท.แผดเสียงลั่นห้อง
"อะไรวะนัท. ตัวอะไรกัด?" น้ำตาล.ถามขึ้น
"เพราะมึงคนเดียวเลยอิตาล."
"???" ใบ้แดรก
"เพราะกุเอาไอ้ซากโต๊ะแดกข้าวของมึงมาซักผ้า แล้วมันเกี่ยวกางเกงกูขาด"
"กูมะวู้เยื่อง ... กูไม่ได้สั่งให้มึงใช้นี่หว่า "
"เฮ้ยๆ อ ย่าเพิ่งก่อศึก แล้วนี่แกเจอเด๊อนางเด่อ.รึยังวะนัท.?" จันทร์เจ้า.ต้องเข้ามาห้ามทัพ
"เออว่ะ ... ชิบหายแล้ว นี่มัน 3 ทุ่มแล้วนี่หว่า ... ตายแล้ววววววววว บ๊ายบาย มายเลิฟ"
edit @ 2006/01/27 20:26:33