2009/Jun/30

(มาจาก FW Mail) 

 ได้มาไม่รู้กี่รอบ แต่อ่านกี่รอบก็คิดถึงทุกรอบ

วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์(ทับแก้ว)

  • คณะแรกของวิทยาเขตนี้คือคณะอักษรศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่ 5 (รหัสขึ้นต้น 05) ของมหาวิทยาลัยศิลปากร
  • มีเพลงประจำวิทยาเขตคือเพลง ศรีสนามจันทร์ ซึ่งเเต่งโดย ว.วินิจฉัยกุล สมัยที่เป็นอ.ในยุคบุกเบิกของอักษร
  • นอกจากนี้ ว.วินิจฉัยกุล ยังแต่งนวนิยายเรื่อง "น้ำใสใจจริง" โดยทั้งฉากหลังและเรื่องราวเกิดขึ้นที่คณะอักษรในสมัยบุกเบิกเช่นกัน และมีอ.สกุล บุณยทัต(สอนละครอยู่ที่อักษร)เป็นตัวเอกในเรื่อง
  • ที่ทับแก้วริมบึงปรับปรุงใหม่แล้ว (เมื่อปี'48-'49 นี่เอง)
  • คลองตรงหน้าประตูฝั่งมาลัยแมนก็ถมแล้ว ตัดต้นไม้เกลี้ยง
  • จริงๆ อาคาร 50 ปี เป็นอาคารเรียนรวมของทุกคณะ แต่เนื่องจากคณะอักษรไม่มีตึกเรียนเป็นของตัวเอง เลยมาใช้ตึกนี้เรียนตลอด
ผลก็คือตอนนี้อาคาร 50 ปี มีชื่อเรียกกันติดปากว่าตึกอักษรฯ
  • คณะอักษรใส่ไปรเวทมาเรียนได้ ส่วนใหญ่จะเริ่มใส่กันตอนปีสอง หรือปีหนึ่งครึ่งหลัง บางทีเดินมานึกว่าเด็กเรียนอินเตอร์ ขณะนี้ปีหนึ่งภาคแรกก็เริ่มใส่กันแล้วในคาบเรียนรวม
  • ศึกษาศาสตร์คือคณะที่มีนักศึกษามาลงเรียนมากที่สุด (โดยเฉพาะเด้กจากวิศวะเทคโน) อย่าลืมลงเรียนวิชาอาจารย์คณิต และอาจารย์โรม เด็กเทคโนบางคนถึงกับคิดว่าตัวเองเรียน คณะศึกษาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
  • ต่อจากข้างบน วิชาที่มีคนมาลงเรียนมากที่สุดคือ Sports Ed ว่ากันว่าใครไม่เรียนวิชานี้เหมือนไม่ได้จบจากทับแก้ว
  • ที่ทับแก้วนักศึกษาโชว์บัตรสามารถวางแผงขายของตลาดนัดวันพุธได้ในราคาถูก
  • ตึก 50 ปี ปิดสองทุ่ม แต่ลิฟท์ปิดหกโมงเย็น จริงๆ บางทีห้าโมงครึ่งก็ปิดแล้ว แต่ตรูมีเรียนหกโมงที่ชั้นหกนี่ว้อยย
  • กลางสะพานสระแก้วมีร่องรอยน้ำตาเทียนเหลืองๆ คล้ายๆ มีการประกอบพิธีกรรมอะไรซักอย่าง วันดีคืนดีจะมีซากฝาเบียร์และขวดเบียร์หลงอยู่ด้วย
  • ประตู+ป้ายมหา'ลัยแห่งแรกของฝั่งทับแก้วอยู่ฝั่งพระราชวังฯ
  • จริงๆเเล้วป้ายนี้ถือเป็นป้ายมหาลัยอันเเรกด้วย เเล้วย้ายมาอยู่ที่ฝั่งทับเเก้วตอนที่เริ่มก่อตั้งวิทยาเขตใหม่ๆ เเล้วพอก่อตั้งฝั่งเพชรบุรี ป้ายนี้ก่อถูกย้ายไปที่นั่น ก่อนที่จะย้ายกลับมาที่ทับเเก้วอย่างถาวร
  • มาคอนเฟิร์มเรื่องตกปลาในสระแก้ว คนกินเอฟ 1 ตัว คนตกเอฟ 2 ตัว (ปล.ตกปลามาสองตัวนะ)
  • ที่ศิลปากร ทับแก้ว ถ้าเห็นตุ๊ดตู่ลงในน้ำจะติด F ถ้าเห็นตุ๊ดตู่ขึ้นจากน้ำจะได้ A บางคนเห็นตุ๊ดตู่กำลังขึ้นจากน้ำแล้วกลับไปลงน้ำเลย F ไปซะ ในขณะที่บางคนเห็นตุ๊ดตู่ว่ายเวียนวนทำท่าเหมือนจะขึ้นอยู่นั่น จ้องก็แล้วอะไรก็แล้ว ไม่ยอมขึ้นมาซักที นั่นหมายความว่าอย่าหวัง A อีกเลย เหอเหอ
  • และถ้ามาศิลปากร ทับแก้ว ถ้าไม่เจอตุ๊ดตู่แสดงว่ามาไม่ถึงศิลปากร
  • แต่ก่อนบริเวณหอในหญิงจะมีลานนม (ชอบไปนั่งกินข้าวเย็นริมบึง)ตอนนี้ไม่มีแล้ว สร้างหอทับ
  • ตึกกระทะ เป็นหอประชุมเล็กที่ใช้เรียนรวม
  • แต่ละคณะมักจะมีเธค เด็กคณะอื่นมาแจมได้ (อักษรไม่เห็นมีอ้ะ)
  • เธคของคณะเทคโน จะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมายืนคุมเสมอ
  • สัดสาดรุ่น 1 รับน้องโดยวิดยา เลยทำให้สองคณะนี้เคยเป็นพี่น้องกัน
  • แต่ก่อนในทับแก้วจะมีแค่คณะอักษร กับ ศึกษา ที่มีลีด ตอนนี้เภสัชก็มีมั่งแล้ว ส่วนลีดเทคโน กับวิทยา เป็นผู้ชาย หลีดเทคโนแข็งขันมากประหนึ่งนักเรียนนายร้อย ส่วนหลีดวิทยาน่าจะเป็นพวกซูเปอร์แมนนั่นเอง
  • ลีดอักษร เป็นคณะเดียวที่ได้รับเกียรติให้เต้นเพลง Santa Lucia กับ กลิ่นจัน (เพลงมหาลัย) ในวันสุดท้ายของ freshy game
  • ขึ้นชื่อว่าอักษร นอกจากจะสอนภาษาเเละมนุษยศาสตร์เเล้ว คณะนี้ยังสอนศิลปะเเทบทุกอย่าง ตั้งเเต่วรรณศิลป์ ทัศนศิลป สังคีตศิลป์ ยันการละคร เรียกได้ว่าเป็นคณะที่เรียนครอบจักรวาล
  • อักษรมีโรงละครของตัวเอง 2 โรง คือ A4 เเละโรงละครทรงพล ซึ่งถือเป็นบ้านหลังที่ 2 ของพวกเอกนาฏศาสตร์ (การละคร)
  • โรงละครทรงพลของคณะอักษร เค้าเล่าลือกันว่ามีสิ่งลี้ลับ (ก่อนจะเข้าไปทำกิจกรรมอะไร รุ่นพี่จะให้พวกน้อง ๆ ปีหนึ่งจุดธูปไหว้ก่อน) ((อันนี้ตูขอเถียงว่า A4 ก็มีนิ Y^Y))
  • วันสุดท้ายของพิธีรับน้อง รุ่นพี่จะให้น้องปี 1 หลับตา แล้วพวกพี่ๆจะจุดเทียนร้องเพลง พวกพี่ๆ จะมาผูกข้อมือน้อง เล่นเอาน้ำตาไหล
  • มีเรื่องเล่าขานของหอหญิง 3 และ 4 ว่า สร้างทับคุกเก่า เคยมีแม่บ้านหอ 4 เล่าว่า ตอนกลางคืนจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวน
  • หนุ่มๆ คณะวิทยา ชอบจีบสาวอักษร ส่วนคณะเทคโนฯ จะชอบจีบสาวศึกษา จนมีคำขวัญประจำวิทยาเขตว่า 'อักษร-วิดยา ศึกษา-เทคโน'แต่เด็กเทคโนเป็นแฟนกับเด็กอักษรก็มีมากนะ (ที่จริงไม่น่าใช่หรอก เพราะสแตนเชียร์ของอักษรกับวิทยามันอยู่ตรงข้ามกัน เลยชอบแซวกันเอง ส่วนของศึกษากับเทคโนก็เหมือนกัน) ((ของตูนี่เป็นกรณี ศึกษา-วิดยา แฮะ เป็นสะใภ้วิดยาตลอด - -"))
  • ท้องฟ้าคณะวิทยาศาสตร์ ไม่มีดาว (มีแต่ซุปเปอร์แมน ชอบก่อกวนชาวบ้านเวลางานกีฬาเฟรชชี่) ออกแนวทะลึ่ง+น่ากลัว
  • อาหารสุดฮอต (ตอนนั้น) คือกระทะร้อนนานาชนิดข้างม.(ร้านใหญ่กระทะร้อน)อาหารที่อาร์ต( อาร์ตเอเวอร์นิว )ส่วนร้านเครื่องดื่ม มี แฮบปี้คูล เดี๋ยวนี้เปิดในมอแล้ว เต็นท์เขียวอีกที่ ศูนย์รวมเด็กม.ตอนเย็น ๆ ตอนที่เข้าเรียนปี 38 ก่อนเป็นร้านกระทะร้อนเป็นร้านข้าวหมูแดง หน้าเป็ด มันไก่ เด็กทับแก้วเรียกข้าวหน้าสัตว์
  • หน้าม.จะมีร้านลุง ทำทูน่า3รสอร่อยสุดยอด
  • ตอนเย็นๆ Art Avenue คือแหล่งรวมเด็กหอข้างๆ ม. ในนั้นมีร้าน Tipto เป็นร้านเช่าการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในนครปฐม ((และข้างร้าน Tipto มีร้านป้าพรรับแก้ทรงกางเกงกระโปรงที่สิงสถิตตู))
  • กิจกรรมยอดฮิตตอนดึกของเด็กหอคือ คาราโอเกะ (ถ้าหอนอกก็ Spirit , Little Shake เอิ๊ก ๆ) ((เอิ่ม Little shake นี่ตูไม่ทันแล้ว จบก่อน - -"))
  • หมูย่างโรงแรมเวลล์อร่อยมากกกก เล่ากันว่า ป้าที่ขายหมูเวลล์เคยเป็นมาม่าซังมาก่อน จากนั้นลุงคนขายก็มาจีบจนเป็นตำนานรักหมูเวลล์ ชายใดหวังจะจีบหญิงให้ซื้อหมูเวลล์ไปฝาก ((ทำไมคนที่มันซื้อมาฝากตูแล้วก็ชิ่งตูไปวะ))
  • เด็กที่บ้านอยู่ไกลจะได้อยู่หอ บ้านใกล้หาหอนอกอยู่เอาเอง ปี51 เด็กกรุงเทพฯไม่ได้หอในกันเพียบ
  • บางทีเราก็แยกไม่ออกหรือลืมไปว่าอาร์ทมันอยู่นอกรั้วมหาลัยแล้ว รวมถึงพระราชวังสนามจันทร์ มันติดกันเกินไป
  • ซอยข้างม.ทางเข้าพระราชวังเป็นถนนนะไม่ใช่ซอย มีชื่อด้วย "ถนนราชมรรคาใน" แต่มีจักรยานกับมอไซด์เป็นส่วนมากของเด็กทับแก้วทั้งนั้นแหละ แถมเป็นถนนตันอีก นานๆก็มีรถทัวร์มาลงที
  • จากข้างบน ทัวร์เค้ามาลงพระราชวังสนามจันทร์นะ แต่วันดีคืนมีคณะนักท่องเที่ยวมาทัวร์ในม.เรา ให้มันได้งี้สิ! ม.เราเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว
  • หอชายที่นี่จะใช้ชื่อว่า หอทับแก้ว ส่วนหอหญิงเรียกว่า หอเพชรรัตน์ มีหอทับแก้ว 3 หลุดไปอยู่ข้าง ๆเพชรช็อป ตรงข้ามกับหอหญิงอยู่หอเดียว สบายไป ส่วนหอทับแก้ว 1 และ 2 อยู่ทางฝั่งศึกษา ((ตูทันได้อยู่ทับแก้ว 1 ตอนเป็นหอหญิงด้วยนะ เหอๆ))
  • ใครจับปลาในสระแก้วมากินจะเปอร์
  • ตอนนี้ไม่มีลานนมแล้วเหรอ เสียดายจัง มีแต่ว่าเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เพชรช็อป อ่านว่า เพ็ด ฉอบ แล้วตอนนี้ก็มีเพ็ดฉอบสอง อยู่ตรงข้ามกัน มีสะพานข้ามไปด้วย จัดเสียสวยเชียว ((อันนี้นึกไม่ออกแล้วแฮะ)) 
  • จากข้างบน ถ้าเข้าหลังรุ่นปี49 ก็ไม่รู้หรอก ว่าเพชรช้อบใหม่ช่างแตกต่างสิ้นเชิงกับเพชรช้อบเก่า นอกจากรุ่นพี่จะบรรยาย
  • หอพักหญิงปิด 4 ทุ่ม ยกเว้นคืนวันศุกร์และเสาร์ปิด 5 ทุ่ม แต่หอชายเปิดตลอด (หอชายก็มีปิดนะ 5 ทุ่มครึ่ง)
  • รุ่นปี47 คือรุ่นแรกที่ได้ใช้หอ7 ทำให้หอ7มีเด็กรหัส47มากสุดใน4ปี (จบกันปีนี้นิ '51)
  • สมัยก่อนพาหนะประจำตัวคือ...จักรยาน และถ้าหากจักรยานท่านหายควรไปหาที่ตึกถาปัดก่อน จักรยานเด็กอักษรหายประำำจำ ตามได้ที่แถวตึกเดค
 ช่วงปี 40 - 42 จักรยานหายบ่อย จนมหาลัยมีการตีทะเบียน จักรยาน โดยใช้รหัสนักศึกษา แต่กระนั้นก็หายอยู่ดี
  • ว่ากันว่า รถโบราณ ประมาณ จับหมู เวสป้า volk เต่า เขาชอบกันมาก
  • มีลานนม และสระแก้ว แล้วก็ศาลาโกหก
  • มีวันล่าเอี้ย ด้วยล่ะ
  • มีบ้านจักรยานเป็นที่ซ่อมจักรยานของนักศึกษา น่ากลัวได้อีก บรรยากาศหลอนมากขนาดเป็นตอนกลางวันถ้าเงียบ ๆ ยังไม่กล้าขับผ่านคนเดียว
 มีร้านซ่อมจักรยาน 2 ที่ คือ ย้านจักรยาน และข้างหอทับแก้ว 1  ซื่งรับล้างรถจักรยานด้วยนะ ตอนเรียน ใช้บริการประจำ เคลือบเงาให้ด้วย
  • แต่ก่อนนอกจากจะมีสระแก้วแล้ว ก็มีสระขวด หน้าคณะศึกษา แต่ตอนนี้กลายเป็นตึกศึกษาไปแล้ว ((ลืมชื่อสระขวดไปแล้วนะเนี่ย - -" กลายเป็นตึกส้มไปแล้ว))
  • เด็กทับแก้วเชื่อกันว่า ใครที่มาอยู่ที่นี้จะต้องมีใฝ่หรือขี้แมลงวันบนมือหรือนิ้วทุกคน ไม่เชิ่อก็ลองเอามือมาดูซิ
  • คนอื่นชอบมองว่าเด็กหอหญิง 7 เป็นเด็กไฮโซเนื่องจากราคาที่แตกต่างจากหออื่น ลิบลับ
  • แก้วน้ำที่ใส่น้ำดื่มเอาขวดโหลกาแฟมาทำเป็นแก้วน้ำ น้ำแข็งแก้วละบาท
  • กระดานฝากรักจะอยู่หน้าร้านนมที่เพชรช็อป (จบไปเมื่อปี 47 เดี๋ยวนี้ยังอยู่หรือเปล่าอะจ๊ะ)
  • ถ้าตุ๊ดตู่ข้ามถนนต้องหยุดรถแล้วให้เค้าข้ามก่อน
  • เป็นมหาลัยที่ต้นไม้เยอะมากๆและร่มรื่นที่สุด น่าอยู่ (ปี 2550)เริ่มหดหายไปมากตึกและตึกผุดมามากยังกับดอกเห็ด
  • โรงอาหารอักษรชื่อ ยูเนียน ส่วนโรงอาหารข้างหอ ชื่อเพชรช๊อป
  • นักศึกษาวิทยาปี1 ต้องเรียนเปตองเพื่อเป็นตัวช่วยโดยเฉพาะ วิดยา และเทคโน ลงกับเพียบ
  • ทับแก้ว เคยเป็นสถานที่ที่เด็กสัดสาดรุ่น1-3 มาเรียน
  • ถึงชื่อมหาลัยจะเน้นศิลปะแต่ทางด้านวิทยาศาสตร์เราก็แข็งมากๆ โดยเฉพาะฟิสิกส์ คณะเทคโนตกกันครึ่งคณะเชียว แต่เด็กฟิสิกส์ตกเคมีกันยกเอก
  • คณะวิดยาจัดงานรื่นเริงบ่อยมากกกกกกกกกกกก โดยเฉพาะเธคกะโฟล์กซอง
  • สะพานสระแก้วแต่ก่อนไม่มีไฟ แต่เดี๋ยวนี้ติดแล้วเพื่อความปลอดภัยเพราะแต่ก่อนมีคนมาทะเลาะกันที่สระแก้วแล้วยามไม่รู้เอามีดฟันกันเลย
  • แล้วโคมไฟที่สะพานสระแก้วก้อเหมือนจานบิน แต่แทงค์น้ำตรงทางเข้าตึกอธิการบดีน่าจะเป็นจานบินจริงๆ
  • สะพานสระแก้ว อนุสาวรีย์แห่งความทรงจำ ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของศิลปากร สนามจันทร์เลยทีเดียว ใครไม่เคยมานั่งสะพานสระแก้วตอนเรียนที่นี่ ไปตายซะ !!!!
  • คณะวิทยาฯจะเป็นที่เรียนรวมของคณะเทคโน เภสัช อักษร ศึกษาบางสาขา จึงทำให้คณะวิทยาฯไม่เคยเงียบ ในขณะที่คณะเทคโนเงียบได้อีก
  • ตึก รวท. เหมือนกระทะ มากกว่าตึกกระทะจริงๆซะอีก เค้าว่ากันอย่างนั้น
  • ปัจจุบันยังมีเด็กสัดสาดรุ่นเก่าเรียนอยู่ทับแก้ว (เมื่อไหร่จะปล่อยกูไปสักที T_T)
  • เป็นจุดเดียวของจังหวัดนะที่หนาวตอนหน้าหนาว จริงๆ โดยเฉพาะเมื่อมีงาน SMA จะกลายเป็นงานแฟชั่นหน้าหนาว
  • SMA หรือ Silpakorn Music Award คืองานประกวดดนตรีที่เน้นว่า กูเอามันส์ มากกว่ากูเอารางวัล จนคนดูต้องไปเต้นยัวเยียะกันหน้าเวที ((จริง ตูไปทำขายหน้ามาแล้ว Y^Y))
  • ที่ไปเย้วๆๆกันไม่ใช่เพราะเพลงจาข้างบนมันจะมันมากมายอะไร แต่แห่กันไปเย้วเป็นหน้าม้าช่วยเพื่อนที่ประกวด ขนาดใกล้สอบก็ยังอยากไปดิ้นกันอยู่ ไม่กลัวตกกันเลยทีเดียว
  • ถ้ามาสะพานสระแก้วตอนเช้าในหน้าหนาวคุณควรเอาผ้านวมมาด้วย
  • พระท่านจะบิณฑบาตร 2 เวลา เวลาละรูปคือ 6 โมงครึ่งกับ 7 โมง
  • มีความเชื่อกันว่าอยู่หอในห้ามสวดคาถาชินบัญชร และเวลาแผ่เมตตาก็ให้ระบุชื่อคนรับด้วย มิฉะนั้น จะมีคนอื่นตามมาขอส่วนบุญอีกเพียบ (ไม่รู้จริงรึเปล่า)
  • ฝั่งทับแก้วจะเป็นที่รวมเด็กทุกคณะเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน อย่างรับน้อง กีฬาเฟรชชี่ กีฬาเฟรชชี่ปี 51" แยกกันจัดวิทยาเขตใครวิทยาเขตมัน
  • ณ บัดนี้ก้อยังไม่รู้ว่าตึกศิลป์1 เป็นของจิตรกรรมหรือเดคหรือว่าถาปัตย์กันแน่
  • ตึกศิลป์ 3 ก้อเช่นกัน หมายเหตุสวยมาก เค้าว่ากันว่าเป็นของเด็กเดคนะ ((ตูชอบเรียกตึก Siam Dis เพราะละม้ายคล้ายคลึง))
  • ห้องโถงบนศูนย์วิจัย เคยเป็นที่กบดานของเด็กสัดสาดรุ่นแรกๆ
  • เด็กที่นี่เรียกเด็กคณะมัณฑนศิลป์ว่าเด็กเดค
  • ตึกของคณะเทคโนเป็นตึกที่ใหญ่มากกกก มีกระดานดำให้เรียนด้วยน่ะเออ ((เรียนจริงกี่ห้องเองก็ไม่รู้ได้))
  • ตึกห้าสิบปีตรงอักษร ลานหน้าศูนย์หนังสือ ตอนเย็นๆถึงดึก จะมีท่านอาจารย์มาเต้นลีลาศกัน