ShortStory

*-คนจริงใจ-*

ห้องโถงคอนโด

เฮ้ยไอ้ตาลคราวนี้วาดอะไรเนี่ย?
นัทเดินเข้ามาถามเมื่อเห็นเพื่อน่าสาวร่างภาพบนกระดานวาดรูปอย่างตั้งใจ
แจกันว่ะ คราวนี้อ.ให้งานมาต้องจัดให้เป็นพวกแอนทีค(Antique)หน่อย ไปลองเดินหาดูแล้วมันไม่ถูกใจเลยออกแบบเองดีกว่า
น้ำตาลตอบนัทโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมามองคนถาม อาจเป็นเพราะใช้สมาธิในการออกแบบไม่ให้ผิดสัดส่วนอยู่
แล้วแอนทีคนี่มันใช้แอคแอคแทนได้มั้ยเหรอ? ชั้นจะได้ไปเอาในห้องน้ำมาให้ นัทถามหน้าตาย น้ำตาลวางดินสอวาดรูปในมือลง
ใช้ได้ว่ะ ใช้กรอกปากแกไงไอ้นัท
อุ้ย ม๊อนไม่กินแอคแท๊คคคค นัทยังคงกวนประสาทหน้าตายได้เหมือนเดิม
จันทร์เจ้าที่เพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัยเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี
หิ้วอะไรมาพะรุงพะรังเลยวะเจ้า? นัทหันมาถามเมื่อเห็นว่านอกจากกระเป๋าถือแล้ว จันทร์เจ้ายังหิ้วถุงขนาดใหญ่เข้ามาอีกใบ
ดินเหนียวว่ะของไอ้ตาลมัน เอ้าเอาไปหนักจะตายอยู่แล้วเนี่ย จันทร์เจ้าวางถุงดินเหนียวด้วยอาการเหมือนปล่อยออกจากมือด้วยน้ำหนักของถุงที่คาดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 5 กิโล
ไอ้ตาลนี่แกจะเอามาทำปลักในห้องรึไงวะ? นัทหันมาถามเมื่อเห็นว่าของในถุงเป็นอะไร
เออ เผื่อวันไหนแกร้อนแกจะได้ลงแช่ไงไอ้นัท น้ำตาลก็แขวะกลับหลังจากที่นัทแขวะมา
อุ้ย เป่นม๊อน ไม่ได้เป่นฟายยยยยย แล้วนัทก็หันหลังกลับไปดูโทรทัศน์เหมือนเดิม
ขอบใจนะเจ้า ชั้นไม่ได้เข้าม.นี่นา เห็นว่าแกไปเรียนวันนี้เลยให้แวะเอาให้หน่อย ม.แกกะม.ชั้นมันก็ไม่ได้ไกลกันเลย ตอนแรกชั้นก็กะจะบอกแกว่า ถ้าเกิดแกไม่อยากเดินออกหน้าประตู แล้วต้องเดินเข้ามาม.ชั้นนะ ชั้นว่าจะให้แกปีนรั้วข้ามออกมาเลย จะได้ลงตรงคณะชั้นเลย
อ๋อออ เหรอยะแม่น้ำตาล ถ้าเกิดว่าชั้นปีนข้ามไปม.แกได้เนี่ย ชั้นก็คงติดทีมชาติวิ่งข้ามรั้วไปแล้วล่ะแก
เอาน่า เพื่ออนาโค้ดดดดดดดดด น้ำตาลลากเสียงยาวเพื่อไม่ให้เพื่อนสาวหงุดหงิดกับการที่ต้องแวะเอาของให้เธอ จันทร์เจ้าส่ายหน้ากับอาการของน้ำตาล แต่ก็ไม่ได้ติดอะไรอะไรหันหลังกำลังจะเข้าห้องเพื่อจะเปลี่ยนชุด
อ้อ ไอ้ตาลแล้วแกก็อย่าทำห้องเลอะนะ จันทร์เจ้าหันมาบอกก่อนที่จะเข้าห้องไป นัทละสายตาจากโทรทัศน์หันมาหาเพื่อนด้วยความตกใจ
เฮ้ย อย่าบอกนะว่าแกเอาดินเหนียวมาทำอะไรพิเรนอีกอ่ะไอ้ตาล
โหหห เดี๋ยวปั๊ดโบกเลย มันเป็นศิลปะนะเว้ยแก เอามาปั้นแจกันหรอก ชั้นไปยืมเครื่องปั้นภาคเซรามิคมาแล้วด้วย นี่ไง
น้ำตาลชี้ให้เพื่อนดูเครื่องปั้นที่เธอเพิ่งไปยืมมา นัทบอกด้วยสีหน้าไม่มั่นใจในตัวเพื่อนตัวเองเท่าไหร่นัก
นี่ๆนัท เครื่องนี้ไม่ใช่ไฟฟ้าด้วยเว้ย ไม่มีมอเตอร์ แรงคนล้วนๆ น้ำตาลยังคงพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
เอาเหอะ จะมอเตอร์ มอทีนอะไรก็เหอะ อย่าให้เหมือนคราวที่แล้วละกันที่แกนั่งเลื่อยไม้ตอกโต๊ะโป๊งแป๊งทั้งวันสุดท้ายได้มาแค่เก้าอี้ซักผ้าตัวเดียว แถมขี้เลื่อยยังว่อนเต็มห้องอีก นัทนึกย้อนไปถึงโปรเจคเก่าของเพื่อนสาวที่ต้องออกแบบโต๊ะกินข้าวแบบ out door ซึ่งน้ำตาลใช้เวลาทั้งวันในการเลื่อยไม้ตอกไม้ทั้งวัน ในที่สุดก็ได้มาแค่โต๊ะบูดเบี้ยวจนเจ้าตัวทนไม่ได้ต้องตัดใจเลื่อยขาโต๊ะออกเพื่อทำเป็นเก้าอี้ซักผ้าแทน แล้วไปไหว้วานเพื่อนที่อยู่ภาคเฟอร์นิเจอร์ทำให้แทน ถึงได้ออกมาเป็นรูปร่างเหมือนกับที่เธอออกแบบได้
ก็แกดันเขย่าหัวเอาขี้เลื่อยในหัวแกออกมาผสมด้วยมันก็ยิ่งบินกันเต็มห้องกันเข้าไปใหญ่ไง เอาน่านัท อย่างน้อยแกก็ได้มีเก้าอี้ซักผ้าเพิ่มอีกตัวนะ น้ำตาลพยายามหาข้อดีมายกให้เพื่อนฟัง
หืม ไอ้เก้าอี้ซักผ้าที่แกตอกตะปูก็ไม่สนิทอ่ะนะ นั่งก็โยกเยก แถมตะปูเกี่ยวกางเกงชั้นขาดอีกตะหาก
นัทบ่นถึงประสิทธิภาพของเก้าอี้ซักผ้าที่เพื่อนสาวพยายามภูมิใจเสนอ
ไอ้นัท แกอ่ะนั่งไม่ดี นั่งยังไงให้ตะปูมันเกี่ยวกางเกงขาดล่ะ
แล้วแกทำยังไงไม่ให้ตะปูมันเกี่ยวล่ะวะตาล บอกมาหน่อยดิ๊ นัทถามถึงวิธีจากเจ้าของที่เป็นคนทำเก้าอี้ตัวนี้ขึ้นมา
ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ เพราะว่าชั้นก็ไม่เคยใข้มันเหมือนกันตั้งแต่แกบอกว่ามันเกี่ยวกางเกงแกขาดน่ะ
อ้าว ... หยั่งงี้มอญก็แย่ซิ

น้ำตาลทำหน้าแหยๆเลยหันไปนั่งวาดรูปต่อเพื่อให้เพื่อนลืมเรื่องที่มันผ่านไปแล้ว จันทร์เจ้าเดินออกมาจากห้องหลังจากที่เปลี่ยนชุดเสร็จ
นี่ตาล ชั้นเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าแกเรียนมัณฑศิลป์ หรือว่าเรียนช่างกันแน่เนี่ย?
โห ... เคดคอเรเตอร์ มันก็ต้องทำเป็นบ้าง ใช่ว่าจะออกแบบเป็นอย่างเดียว
ถ้าหยั่งงั้นแกก็ออกแบบอย่างเดียวเหอะ ถ้าเกิดว่าแกยังอยากมีงานทำในอนาคตน่ะ นัทหันมาบอกน้ำตาล
จริงอย่างที่ไอ้นัทว่า ชั้นไม่เถียงว่าแกน่ะ ตีสสสสสสสสส หัวครีเอทดี สร้างสรรค์ดี แต่แกน่ะ ออกแบบอย่างเดียวแล้วให้คนอื่นทำแทนเหอะ ไม่งั้นงานแกมันจะไม่เป็นอย่างที่แกออกแบบว่ะ มีอย่างที่ไหน ออกแบบโต๊ะกินข้าวดูในกระดาษสวยน่าใช้ไฮโซที่สุด พอทำเองออกมา กลายเป็นเก้าอี้ซักผ้าไปซะงั้นอ่ะ
โหหห พวกแกก็ชมกันเกินไป น้ำตาลทำหน้าเหนียมๆด้วยความภูมิใจ
ไม่ได้ชม นัทกับจันทร์เจ้าพร้อมใจกันพูดออกมา
อ้าวเหรอ ... แฮ้ๆ วาดรูปต่อดีก่า คืนนี้จะได้ปั้นให้เสร็จ
น้ำตาลเสทำเป็นวาดรูปต่อไม่สนใจเพื่อนทั้งสอง


เช้าวันต่อมา

นัทตื่นมาแล้วเดินมาที่ห้องโถงเพื่อที่จะเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่ม
นี่มันหม้ออะไรวะเนี่ย?
นัทมองดูสภาพเครื่องปั้นดินเผาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ดูคล้ายๆหม้อ
ใครไปขโมยมาจากบ้านเชียงป่าววะ? เดี๋ยวกรมศิลฯก็มาจับกันพอดี
นัทถือแก้วน้ำกำลังจะเดินกลับห้อง แกต้องตกใจกับสภาพที่เห็นตรงหน้า
เฮ้ยยยยยยย อะไรเนี่ย
สภาพห้องเต็มไปด้วยคราบดินเหนียวที่แห้งจนจับเป็นก้อน พร้อมกับร่างของเพื่อนสาวที่กำลังหลับอยู่บนโซฟาหน้าโทรทัศน์สภาพมอมแมมเต็มไปด้วยคราบแบบเดียวกับที่เห็นบนพื้น
ไอ้ตาลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล
จันทร์เจ้างัวเงียด้วยความตกใจตื่นเพราะเสียงของนัทที่ตะโกนลั่นห้อง
ไอ้นัทโวยวายอะไรแต่เช้าอ่ะนัท
ไอ้เจ้า แกมาดูนี่ ไอ้เพื่อนสุดติสของแกนี่ดูสภาพมัน ชั้นนึกว่ามันไปรบที่โคโซโวมา
จันทร์เจ้าถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นสภาพเพื่อนนอนกองอยู่ที่โซฟา น้ำตาลลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังโหวกเหวกที่อยู่ข้างๆ
เสียงดังกันทำไมว๊า คนเพิ่งจะได้นอนเมื่อตอนเช้าเอง
นี่แกยังมีหน้ามาพูดอีก มาดูนี่แกทำอะไรเอาไว้เนี่ยไอ้ตาล แกมาดู จันทร์เจ้าจูงมือน้ำตาลมาดูพื้นที่ที่เธอใช้ในการทำงานเมื่อคืน
อ๋อออ ก็ว่าตื่นมาจะเก็บไง แหมคุณหนูจันทร์เจ้าขา ขอข้าวขอแกง ขอน้ำตาลตาดำๆนอนก่อนนะค๊า .....
น้ำตาลร้องเพลงเพื่อหวังจะให้เพื่อนอารมณ์ดีขึ้น
ศิลปะน่ะเจ้า มันก็ต้องมีเลอะบ้างนิดหน่อย
แต่แถวบ้านชั้นมันไม่เรียกว่าหน่อยว่ะเฮ้ยตาล นัทเสริมขึ้นมา
เอาน่า เลอะเดี๋ยวมันก็เช็ดได้ แต่นี่เป็นผลงานชิ้นเดียวของโลกเลยนะเว้ยดูดิ
น้ำตาลชี้ให้เพื่อนหันไปดูผลงานที่เธอทำ สุดฝีมือ ด้วยความภาคภูมิใจ
ไอ้ตาล ไอ้หม้อบ้านเชียงบนโต๊ะเนี่ยนะ ผลงานของโลกเลยเหรอวะ? นัทถามด้วยความไม่แน่ใจ
อื้ม ... ไม่ใช่หม้อเว้ย แจกันเว้ย
หืม ... ไอ้เราก็นึกว่าหม้อบ้านเชียง กะว่าจะบอกกรมศิลฯให้มาเก็บเข้ากรุไปแล้ว นัทพูดแกมประชด
ตาล ผลงานระดับโลกนะเนี่ย จันทร์เจ้าเดินวนดูผลงานของเพื่อนรอบด้านทุกมุม
เห็นมั้ย ไอ้เจ้ายังรู้เลย หยั่งงี้ดิเค้าเรียกว่าคนมีศิลปะในหัวใจ แกน่ะมันคนไม่มีศิลป์อ่ะดิไอ้นัท แกเลยมองไม่เห็นคุณค่าในงานของชั้น
ตาลๆๆ ชั้นยังพูดไม่จบ ผลงานแกน่ะระดับโลกก็จริง แต่โลก ... หน้าน่ะสิ ตอนไอ้นัทบอกว่าเป็นหม้อบ้านเชียงชั้นยังเชื่อเลย กะว่าจะเอาฝังไปพร้อมแกตอนตาย จะได้เป็นผลงานระดับโลกของจริง
น้ำตาลทำหน้าบอกไม่ถูก ในขณะที่นัทระเบิดเสียงหัวเราะลั่นห้อง
เออๆๆๆๆ ชั้นเอาไปให้เพื่อนภาคเซรามิคทำให้ก็ได้วะ ใครจะเอาไปทำอะไรมั้ยล่ะใบนี้?
น้ำตาลเริ่มเสียความมั่นใจกับเรื่องแจกันที่เธอเพิ่งปั้นเสร็จเมื่อคืน
เฮ้ย ไม่มีหรอกตาล เก็บไว้ฝังพร้อมแกอย่างที่ไอ้เจ้าบอกน่ะดีแล้ว นัทพูดทั้งๆที่ยังไม่หยุดหัวเราะ
เออๆ จำไว้ ซักวันไอ้แจกันใบนี้จะทุ่มหัวแกไอ้นัท แล้วน้ำตาลก็เดินดุ่ยๆออกไป
ไหนวะแจกัน ไม่เห็นมีเลย เห็นแต่หม้อบ้านเชียง นัทยังพูดไล่หลังน้ำตาลต่อไป
เอ๊า ... จันทร์เจ้าอุทานเสียงหลง
เป็นอะไรวะไอ้เจ้า? นัทก็ตกใจในเสียงของเพื่อน
ก็ไอ้ตาลออกไปแล้ว แล้วมันบอกว่ามันตื่นแล้วจะเช็ดพื้นที่เลอะ แล้วหยั่งงี้ใครจะทำล่ะ?
นัทมองพื้นแล้วถอนหายใจ จันทร์เจ้าที่เป็นคนรักความสะอาดยิ่งกว่าอะไรดีเธอคงทนไม่ได้ที่จะต้องอยู่ในห้องที่มีสภาพแบบนี้
ก็ ... มี 2 ทางว่ะเจ้า 1. คือแกรอให้ไอ้ตาลกลับมาเก็บ หรือ 2. ....
ยังไงวะนัท? จันทร์เจ้ารอฟังความเห็นเพื่อน
แกก็เก็บเองไง ไปดีกว่าวันนี้มีเรียน จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอให้ออกแรงถูพื้นหน่อยค่า ...
นัทเดินกลับไปห้องเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวเรียนพร้อมกับร้องเพลงล้อจันทร์เจ้าไปในตัว จันทร์เจ้าส่ายหัวพร้อมกับเริ่มที่จะไปหยิบอุปกรณ์มาถูพื้น ทำไงได้ วันนี้มีแค่เธอคนเดียวที่ไม่มีเรียน


ตกบ่าย ในห้องโถง

น้ำตาลเข้าห้องมาพร้อมกับเห็นจันทร์เจ้านั่งอ่านหนังสือวรรณคดีของอังกฤษเพื่อเตรียมสอบ ส่วนนัทกำลังง่วนกับโปรแกรมที่กำลังจะต้องส่งในอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า เลยเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะหลบเข้าห้องเพื่อรอให้จันทร์เจ้าลืมเรื่องเมื่อเช้าที่เธอวางระเบิดเอาไว้ก่อน
ไอ้ตาล แกไม่ต้องหลบเลย มานี่เลย เมื่อเช้าแกทำอะไรไว้?
สภาพจันทร์เจ้ากับน้ำตาลตอนนี้ดูเหมือนแม่ที่กำลังดุลูกที่ทำผิดเอาไว้ไม่มีผิด
นี่ ... ซื้อมาฝาก มะตะบะท่าพระจันทร์แสนอร่อยของโปรดคุณหนูจันทร์เจ้า
น้ำตาลพยายามกลบเกลื่อนความผิดด้วยการเอาของกินมาล่อ แต่กลายเป็นว่านัทคว้าถุงไปจากมือน้ำตาลโดยเร็ว
ดีเลยกำลังหิว ขอบใจนะตาล
อ้าว ไปซะแร้ว แฮ่ๆไอ้นัทมันเอาไปแล้วอ่ะเจ้า
น้ำตาลยิ้มแหยๆเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวก็ยังทำหน้าไม่สบอารมณ์เหมือนเดิม
เจ้าขา ... อิชั้นผิดไปแล้วเจ้าค่ะ อิชั้นลุแก่โทษแล้วคุณจันทร์เจ้าขา ....
น้ำตาลลงไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยราวกับบ่าวในสมัยก่อน
เอาเหอะแก พรุ่งนี้แกต้องซื้อมะตะบะมาให้ใหม่ด้วย ไอ้นัทมันซ่ำไปหมดแล้วมั๊งเนี่ย
รอยยิ้มบนหน้าของจันทร์เจ้าทำให้น้ำตาลรู้ว่าเพื่อนสาวอารมณ์ดีขึ้นแล้ว ของกินนี่ใช้ได้กับจันทร์เจ้าตลอดจริงๆ
เออ ไอ้ตาล นี่แกเอาไปให้เพื่อนแกปั้นรึยังไอ้หม้อที่พยายามปั้นอยู่เมื่อคืนเนี่ย
นัทหันมาถามทั้งๆที่ยังไม่หยุดกินของที่น้ำตาลซื้อมาฝากจันทร์เจ้า
ไอ้นัทมันคือแจกันเว้ย ดูนี่ๆๆ แบบจริงๆมันเป็นแบบนี้ น้ำตาลยกกระดาษที่เธอร่างภาพของแจกันเจ้าปัญหาที่เธอจะเอาไปตกแต่งในงานที่เธอต้องส่งในครั้งหน้า นัทเดินไปหยิบแจกันที่น้ำตาลปั้นเมื่อคืนออกมายกเทียบกับในกระดาษ
เฮ้ย ทำไมมันไม่มีความคล้ายกันเลยวะ ไอ้ในกระดาษน่ะ ชั้นไม่เถียงว่ามันคือแจกัน แต่ไอ้ที่แกปั้นออกมาน่ะ มันไม่ใช่แจกันว่ะ ไอ้เจ้าว่าไง? นัทพูดพร้อมหันมาถามความเห็นจันทร์เจ้า ซึ่งจันทร์เจ้าก็พยักหน้าเห็นด้วย
เออๆ ชั้นเอาไปให้เพื่อนชั้นทำแล้วล่ะ เดี๋ยวมันมาเอาแบบ อีกซักพักนึงมั๊งมันเพิ่งออกจากบ้าน บ้านมันก็ไม่ไกลจากคอนโดซะเท่าไหร่
นัทยังไม่หายสงสัยระหว่างแจกันของจริงกับแจกันที่เป็นรูปวาดในกระดาษ แทบไม่น่าเชื่อว่าของสองอย่างนี้ มาจากฝีมือคนคนเดียวกัน แต่การวาดดูต่างกับการปั้นราวกับฟ้ากับนรกดูเหมือนว่าเพื่อนเธอคงมีฝีมือการออกแบบและวาดให้เป็นรูปเป็นร่างมากกว่าเป็นคนลงมือทำออกมาให้เป็นชิ้นจริงๆ
ไอ้นัท ไอ้เจ้าเพื่อนชั้นมาแล้วว่ะ แกจะลงไอด้วยกันมั้ย? น้ำตาลหันมาถามเพื่อนทั้งสองก่อนที่จะลงไปข้างล่าง
หล่อมั้ยเหรอ? นัทถามโดยที่ยังไม่ละสายตาจากโทรทัศน์
เออออออ ว่าแล้วว่าแกต้องถามแบบนี้ หล่อมั้ยเหรอ? ก็หล่อนะ หล่อตีสๆแนวๆน่ะแหละ ก็คณะเดียวกับชั้นมันก็ไม่ต่างกับชั้นเท่าไหร่หรอก นัทรีบดีดตัวขึ้นจากโซฟาก่อนที่ดึงมือจันทร์เจ้าให้ลุกขึ้นมาด้วย
เฮ้ย แนวไม่แนว ไม่ตีสไม่ตีสไม่สน ถามคำเดียวหล่อมั้ย? นัทถาม
หล่อ
งั้นแกจะยืนอยู่ทำไม รีบๆลงไปดิเดี๋ยวเพื่อนแกรอนาน นัทกับจันทร์เจ้าดูท่าจะรีบร้อนมากกว่าน้ำตาลซะอีก น้ำตาลส่ายหัวกับเพื่อนทั้งสอง ก่อนที่จะหยิบกระดาษแบบแล้วลงตามเพื่อนไป


ชั้นล่างคอนโด

น้ำตาลลงตามมาแล้วจึงเห็นว่านัทกับจันทร์เจ้านั้นรอเธออยู่แล้ว
ตาล ใช่คนนั้นรึปล่าวอ่ะ? จันทร์เจ้าถามเมื่อเห็นผู้ชายเพียงคนเดียวอยู่ด้านล่าง แถมลักษณะก็ตรงตามที่น้ำตาลบรรยายไว้
เอ๊ะ ... ใครรึป่าววะ? มันไม่ได้ใช้เวสป้านี่หว่า แต่ก็ใช่แหละ น้ำตาลยังคงสงสัยเพราะปกติเพื่อนเธอคนนี้ไม่ได้ใช้เจ้ารถคลาสสิครุ่นนี้
เอ๊า นี่แกเป็นเพื่อนกันยังไงวะ มองยังไม่รู้เลยว่าใช่เพื่อนตัวเองรึปล่าว นัทบอกน้ำตาลด้วยอาการสงสัย
ก็เรียนกันคนละเมเจอร์นี่หว่า มันก็ปั้นหม้อไปสิ ชั้นก็ออกแบบภายในไม่ค่อยได้เจอกันอยู่น่ะ ปกติมันใช้รถสีดำนี่นา พอมาแบบนี้เลยไม่แน่ใจ
ชั้นว่าเค้าปั้นหม้อมันก็ออกมาเป็นหม้อละ ถ้าเป็นไอ้ตาลปั้นมันคงออกมาเป็นกะละมัง จันทร์เจ้ากระซิบกับนัท
แกว่าอะไรนะเจ้า น้ำตาลหันมาถามจันทร์เจ้า
ปล่าวจ้า บอกนัทนะ ว่างานเค้าปั้นหม้อ งานแกออกแบบน่ะ จันทร์เจ้าแถไปน้ำใสๆเห็นหลังไวๆ น้ำตาลเลยเดินไปเพื่อทักชายหนุ่มที่รออยู่
โทษทีทีม รอนานรึปล่าวเนี่ย? ชายหนุ่มที่นั่งรออยู่บนรถเวสป้าเงยหน้าขึ้นมา ผมยาวปะบ่าแต่ไม่ถึงกับรุงรัง เคราที่ยาวตั้วแต่จอนลงมาจนถึงคางก็ไม่ได้รกจนดูเหมือนโจร ดูแล้วยังไงก็รู้ว่าเป็นคนที่ไม่พ้นพวกวงการศิลปะแน่นอน แต่ในความเซอร์นั้นจะเห็นว่าเค้าเองเป็นคนที่ผิวดีทีเดียว แถมดัดฟันด้วย ขัดกันกับหนวดเคราจริงๆ แต่นั่นก็ไม่เป็นอุปสรรคที่จะทำให้นัทมองข้ามความหน้าตาดีของเค้าไปได้
ไม่นานหรอก เพิ่งมาเมื่อกี้เอง
ทีม นี่เพื่อนน้ำตาลเองชื่อ ... ยังไม่ทันที่น้ำตาลจะแนะนำตัวเพื่อน นัทก็ปราดเข้ามาข้างหน้า
ชื่อนัทค่ะ โสดใสใจดีไม่มีแฟนเลี้ยงง่ายตามใจไม่เจ้าชู้ค่ะ
และแล้วบรรยากาศความเงียบก็เข้าปกคลุมทั้ง 4 คน
แหะๆ คืออยากให้ขำน่ะค่ะไม่มีอะไรหรอกค่ะ นี่เพื่อนอีกคนชื่อจันทร์เจ้าค่ะ นัทหัวเราะแก้เขินหลังจากที่รู้ว่าตัวเองทำพลาดไป
อ้อๆครับ เพื่อนน้ำตาลตลกดีเนอะ ดีๆชอบๆอยู่แล้วไม่เครียดเนอะมีเพื่อนแบบนี้
เอ้อ ใช่ๆอยู่กับนัทก็หัวเราะได้ทั้งวันแหละ เนอะ น้ำตาลก็พูดแก้เก้อให้เพื่อน แต่เมื่อหันมาทางนัทก็ยังเห็นว่านัทยืนทำตาหวานใส่เพื่อนเธออยู่
นี่แล้วมากับใครล่ะ เปลี่ยนรถตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เห็นรู้เรื่องเลย น้ำตาลชวนคุยเรื่องอื่น
มากับเล็กจิ๋วนั่นแหละ
แอ๋ ... แล้วน้องนุ่นล่ะ เดี๋ยวจะไปบอกน้องเค้าว่าทีมมีกิ๊กใหม่แล้ว
สีหน้าของทีมเปลี่ยนไปนิดนึงจนน้ำตาลรู้สึกได้ เมื่อน้ำตาลถามถึงน้องคนสวยต่างคณะแฟนของทีม
ทีม นี่เราพูดอะไรผิดไปรึปล่าว? ขอโทษนะ
ไม่เป็นไรๆ เราเองก็ไม่ค่อยได้บอกใครหรอก คือว่าเมื่อ 3 เดือนก่อนน่ะ เราไปซื้อเล็กจิ๋วมาหมาน่ะ แล้วป๊าเราไม่ยอมให้เลี้ยง แต่เรารักเค้า เราก็ยืนยันว่าจะเลี้ยง ป๊าเลยยึดรถไปไม่ให้ใช้ เราก็พอมีเงินเก็บนิดหน่อย เลยไปซื้อต่อเวสป้าจากเพื่อนที่รู้จักกันมาน่ะ แล้วก็มาทำสีใหม่
น้ำตาลพยักหน้าตามเรื่องที่ทีมเล่า นัทกับจันทร์เจ้าเองก็ตั้งใจฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายคนนี้
แล้วน้องนุ่นล่ะ? น้ำตาลก็ยังถามต่อไป เมื่อเห็นว่าเพื่อนเล่าให้ฟังโดยที่ไม่คิดอะไร
ตอนแรกเราเองก็ไม่ได้ผิดสังเกตที่น้องเค้าไม่ค่อยมาเจอกับเรากินข้าวกับเราเหมือนเมื่อก่อน เราก็มัวแต่ปั้นหม้ออยู่แต่ในชอปน้ำตาลรู้จักไอ้เอ็มที่อยู่คณะนั้นได้ป่าวล่ะ?
น้ำตาลพยักหน้า เมื่อนึกถึงคนที่ทีมพูดถึง เมื่อตอนปี 1 นั้น 2 คนนี้ต่างคนต่างเป็นเดือนของคณะตัวเอง พูดกันเรื่องฐานะแล้วก็ถือว่าสูสีแต่ว่าทีมเป็นคนสมถะทำตัวง่ายๆมากกว่า ส่วนเอ็มออกแนวหรูมากกว่าเยอะ
เค้าเป็นใครเหรอ? จันทร์เจ้าถามขึ้น ปกติแล้วจันทร์เจ้าค่อนข้างเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดคุยกับคนที่ไม่ค่อยรู้จัก นี่แสดงว่าเธอต้องอยากรู้เต็มที่ถึงได้ถามออกมา
เค้าเป็นเดือนอีกคณะนึงน่ะ ติดหรูโคตร ขับซีรี่ส์ 7 สีดำมาเรียนน่ะ น้ำตาลตอบ
จันทร์เจ้านึกภาพตาม ไม่คิดเลยว่าขนาดมหาวิทยาลัยที่น้ำตาลเรียนอยู่จะมีคนติดหรูด้วย เพราะว่าปกติแล้วมักจะเห็นแต่คนเซอร์ๆตีสๆมากกว่า
วันนั้นเราก็เห็นรถไอ้เอ็มนี่แหละ มันมาจอดที่หน้าคณะ เรากำลังจะเดินเข้าชอปเราก็เห็นว่าน้องนุ่นเค้าขึ้นรถไปกับไอ้เอ็ม
ทีมเล่าต่อ
อย่าคิดมากดิทีม มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ลองคุยกับน้องเค้าดูรึยัง? น้ำตาลพยายามพูดในทางที่ดีไม่ให้เพื่อนคิดมาก
เราคุยแล้ว น้องเค้าก็ถามว่ารถเราไปไหน เราก็เล่าให้ฟัง ว่าเราซื้อเล็กจิ๋วมาน้องเค้าก็บอกว่าเค้าเกลียดหมา เค้าไม่ชอบนั่งเวสป้า เพราะเดี๋ยวผมพันกันผมจะเสีย เค้ารู้ว่าเป็นเพราะเล็กจิ๋วป๊าเลยไม่ให้เราใช้รถ เค้าก็เลยให้เราเลือกว่าจะเลือกเค้ารึว่าเลือกเล็กจิ๋ว สุดท้ายเค้าก็เลยไปคบกับไอ้เอ็มแทน
อะไรวะ ง่ายขนาดนั้นเลย แค่ไม่มีรถแค่นี้ถึงกับเลิกกันเลยเหรอ นัทโพล่งออกมาด้วยความไม่พอใจ
อุ้ย ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ อินไปหน่อย
ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะว่าตอนนี้ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ป๊าก็เริ่มรักเล็กจิ๋วแล้ว เพราะว่าเล็กจิ๋วน่ารัก อีกอย่างเราก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนด้วยถ้าเกิดว่าไม่ได้ไปเรียน อยู่ติดบ้านมากขึ้นป๊าก็พอใจ ป๊าก็บอกว่าจะคืนรถให้ แต่เราเริ่มคิดว่าไม่ค่อยจำเป็นแล้วล่ะ เพราะว่า เล็กจิ๋วคงอึดอัด นั่งเวสป้าสบายกว่าลมโกรกเค้าเย็นดี
แล้วทีมบอกน้องเค้าว่ายังไงล่ะตอนที่น้องเค้าบอกให้เลือก น้ำตาลก็ยังถามต่อ เพราะไหนๆก็ถามมาขนาดนี้แล้ว
เราก็บอกว่า เราเลือกเล็กจิ๋ว เพราะรถรุ่นนึงผลิตมาไม่รู้กี่คัน แต่เล็กจิ๋วมีแค่ตัวเดียวในโลกเราเลือกเล็กจิ๋ว
น้ำตาลถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อน
อีกอย่างนะน้ำตาล เราคิดว่าเล็กจิ๋วเค้าก็ไม่เรื่องมาก เค้าไม่ร้องให้เราพาไปดูหนัง ไม่ร้องให้เราซื้อเสื้อผ้าให้ ไม่ร้องให้เราโทร.หาทั้งวัน พอเรากลับมาบ้านเค้าก็ดีใจวิ่งมารับ เราทำงานดึกก็ไม่เคยบ่น อีกอย่างต่อให้เราต้องขึ้นรถเมล์เล็กจิ๋วก็คงไม่หนีเราไปนั่งบีเอ็มแน่นอน
ทีมเล่าถึงตรงนี้แล้วก็ขำ นัทกับจันทร์เจ้าที่ได้ยินก็อึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน
เราไปก่อนละกัน กลัวเล็กจิ๋วเค้าหิวน่ะ ออกมานานแล้ว ดีนะเห็นมามีที่ให้เค้าวิ่งเล่นเลยปล่อยให้เค้าวิ่ง
เอ้อ ยังไม่เห็นเล็กจิ๋วเลย มาดูหน่อยซิหน้าตาเป็นยังไง น้ำตาลถามหาถึงเจ้าขนฟูที่ทีมรักถึงขนาดยอมให้ป๊ายึดรถที่รักไปได้
ได้ๆ เล็กจิ๋ว มานี่มาเร็ว ทีมตะโกนเรียกเล็กจิ๋ว แป๊บเดียวเจ้าเล็กจิ๋วก็วิ่งหอบแฮ่กๆมาหาเจ้านายพร้อมกระดิกหางดุ๊กดิ๊กๆมา ทั้งน้ำตาล นัท แล้วก็จันทร์เจ้ายิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่ เพราะว่าเล็กจิ๋วที่เห็น ไม่ได้เหมือนชื่อเลย มันเป็นหมาเซนต์เบอร์นาดที่ตัวใหญ่มากขัดกับชื่อที่เจ้าของตั้งให้
นี่เล็กจิ๋วยังขนาดนี้ แล้วถ้าเกิดว่าใหญ่เบิ้มของทีมนี่ไม่ช้างเลยเรอะ นัทถึงกับพูดออกมา ทีมหัวเราะเพราะชินแล้วกับประโยคแบบนี้
นี่จะไปกันยังไงเนี่ย? จันทร์เจ้าถาม
ก็เอาเค้านั่งหน้านี่แหละ ดูนะ ทีมพูดพร้อมเรียกเล็กจิ๋วให้มานั่งข้างหน้า เจ้าเล็กจิ๋วก็แสนรู้เกาะหน้ารถเหมือนคนนั่งไม่มีผิด
เราไปก่อนนะ แล้วเดี๋ยวอีก 2 วันเราปั้นมาให้ละกัน
เอ่อ ... อื้มๆ ขอบใจมากนะทีม น้ำตาลยังคงเหวอกับภาพที่เห็น
ทั้ง 3 คนยังคงยืนอยู่ที่เดิมมองภาพเวสป้าคันนึงกับผู้ชายหน้าตาดีที่มีหมาตัวใหญ่นั่งข้างหน้าขี่ออกไปอย่างทุลักทุกเลนิดหน่อย

ห้องโถง

โหหห แนวสุดติ่งเลยว่ะเพื่อนแกเนี่ยตาล มีอย่างที่ไหน ที่ชั้นเคยเห็นมามีแต่เค้าเอาผู้หญิงนั่งหน้ารถแล้วผู้ชายขับดูน่ารักกุ๊กกิ๊ก นี่อะไรเอาหมานั่งหน้า แถมหมาใช่ว่าตัวเล็กตัวเบ้อเริ่ม ดั๊นชื่อเล็กจิ๋ว
นัทขึ้นมาถึงห้องก็ยังคงไม่เลิกพูดถึงเรื่องเพื่อนของน้ำตาล
ทำไมจ๊ะ แกอยากไปนั่งข้างหน้าแทนเล็กจิ๋วรึไง? จันทร์เจ้าถามนัทเสียงเล็กเสียงน้อย
ก็ใช่อ่ะดิ ถ้าเป็นชั้นนั่งข้างนะแกเอ๊ยยยยยย นัททำท่าฝันหวาน
ไอ้นัทๆ ปล่อยเพื่อนชั้นให้มีอนาคตเหอะ น้ำตาลปรามเพื่อนเอาไว้
นี่ไอ้ตาล คิดดูดิ หน้าตาดีขนาดนั้นจะให้วันๆมัวแต่ปั้นหม้อปั้นไหได้ไงเสียดายของหมด
แต่ชั้นว่าถ้าเกิดว่าเค้ามาอยู่กับแกน่ะเสียของมากกว่าเดิมนะนัท
ไอ้เจ้า แกไม่พูดก็ไม่ว่าอะไรนะเว้ย นัทหันมาค้อนจันทร์เจ้าหนึ่งที
เอาน่าๆ อย่าเถียงกันเลย ชั้นว่าเป็นแบบนั้นก็ดีเหมือนกันนะ รู้ว่าตัวเองรักอะไร แล้วคนที่รักเราเค้าก็น่าจะรักที่เราเป็นเรา ยอมรับเราได้ ไม่ใช่ว่ารักเราแค่หน้าตา รึว่าเงินทอง
ทั้งนัทแล้วก็จันทร์เจ้าพยักหน้าเห็นด้วย
จริงอย่างที่แกว่าว่ะตาล เอางี้นะ แกไปบอกทีมสุดหล่อของชั้นนะ ว่าชั้นเนี่ยเป็นคนรักสัตว์ โดนเฉพาะหมาเนี่ย รักมากกกกกกกกก แล้วชั้นเนี่ยเป็นหญิงไทยใจงามด้วย เหมาะสมกันที่สุด
หืมนัท ชั้นยังไม่อยากอ้วกว่ะ พอเหอะ จันทร์เจ้าทำหน้าพะอืดพะอมกับสิ่งที่ได้ยิน
ไอ้เจ้า แกก็ยอมๆชั้นหน่อยเหอะ จะได้มีแฟนกับเค้าซะที
ไอ้นัท ชั้นปล่อยให้ทีมมีแฟนเป็นหมาดีให้ทีมมีหมาอย่างแกเป็นแฟนว่ะนัท
เสียงหัวเราะดังไปทั่วห้อง พร้อมด้วยเสียงวิ่งไล่กันของนัทกับน้ำตาลโดยที่มีจันทร์เจ้าเป็นคนดูอยู่เฉยๆ